http://www.youtube.com/watch?v=Hb18DKO-DDEนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปราย ขอให้รัฐบาลแก้ไขงบประมาณในส่วนของกรมทางหลวงชนบท ที่ได้รับงบเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาสภาพถนนที่เป็นลุกรัง ต้องเจอะเจอกับสภาพฝุ่นตลบอบอวล ทำให้ประชาชนเดือดร้อนประสบปัญหาโรคระบบทางเดินหายใจ พร้อมฝากเตือนรัฐบาลดูแลประปาหมู่บ้าน ให้ได้ใช้ได้น้ำประปาฟรี
นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ในการประชุมสภา เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา โดยเสนอให้มีการแก้ไขงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการจัดสรงบประมาณในการพัฒนาถนน โดยระบุว่า กรมทางหลวงชนบท ได้รับการจัดสรรงบประมาณค่อนข้างน้อยเพียง 1,500 ล้านบาท ในขณะที่มีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบประมาณ 48,000 กิโลเมตร ซึ่งลาดยางไปแล้ว 36,000 กิโลเมตร ยังเป็นถนนลูกรังประมาณ 7,200 กิโลเมตร ซึ่งหากคำนวณค่าก่อสร้าง 4-4.5 ล้านบาทต่อกิโลเมตร เท่ากับต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 34,200 ล้านบาท แต่เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 1,500 ล้านบาท
ในขณะเดียวกันยังมีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 352,465 กิโลเมตร ลาดยางไปแล้ว 200,000 กว่ากิโลเมตร ยังมีถนนในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ 151,687 กิโลเมตร ที่ยังไม่ได้ลาดยาง ซึ่งหากมีการลาดยางถนนทั้งหมด ต้องใช้งบประมาณถึง 682,000 ล้านบาท
ดังนั้น หากนำมาเปรียบเทียบกับงบประมาณที่รัฐบาลจัดให้ถือว่าน้อยมาก ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการที่รัฐบาลไม่ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องนี้ เพราะในช่วงฤดูฝน ถนนที่เป็นลุกรังจะมีน้ำขัง และทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่พอถึงฤดูแล้ง ก็เป็นฝุ่นตลบอบอวล ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในบริเวณดังกล่าว ต้องเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จึงอยากจะฝากผ่านประธานสภา ไปถึงรัฐบาลให้ดูแลเรื่องการสรรจัดงบประมาณด้านการพัฒนาถนนด้วย
นอกจากนี้ นายศุภชัย ยังได้อภิปรายเกี่ยวกับ 5 มาตรการน้ำ-ไฟ ฟรี 6 เดือน โดยอยากให้รัฐบาลดูแลให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึง เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในชนบท โดยเฉพาะเรื่อง การใช้น้ำประปาหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล เพราะไม่ได้ใช้น้ำฟรีเหมือนกับประชาชนในพื้นที่อื่น พร้อมกันนี้ ยังฝากเตือนรัฐบาลให้เหลียวแลเกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากอุทกภัย ในปี 2551 จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยในส่วนนี้ให้กับเกษตรกร