วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552

รมช.เกษตรฯลงพื้นที่จ.นครพนม ติดตามโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง



เกษตรฯ ช่วยเหลือภัยแล้งต่อเนื่อง ระดมเครื่องสูบน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศ พร้อมเร่งโครงการบริหารจัดการน้ำควบคู่พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในท้องถิ่นกว่า 180 แห่ง หวังคลี่คลายภัยแล้งในระยะยาว นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย และดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน จ.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อติดตามงานด้านการส่งเสริมอาชีพการเกษตร โครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมการดำเนินการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร อ. บ้านแพง และการก่อสร้างโครงการคลองส่งน้ำบ้านหาดกวน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทั้งในส่วนของกรมชลประทาน ที่เร่งดำเนินโครงการต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก เพื่อรองรับกับความต้องการใช้น้ำ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ในสังกัด อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในตำบลหรือหมู่บ้าน ให้มีประสิทธิภาพในการ เก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นหรือกลับมาใช้งานได้อีกครั้งภายหลังการฟื้นฟู ซึ่งในปี 2552 นี้ จะมีการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก อาทิ การสร้างสระเก็บน้ำ การขุดลอกห้วย-คลอง อ่างเก็บน้ำ ฝายน้ำล้น จำนวน 180 กว่าแห่ง ตลอดจนงานระบบส่งน้ำในไร่นา อาทิ คลองส่งน้ำ ระบบท่อส่งน้ำ อีกกว่า 50 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต
นายชาติชาย กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรฯ ได้เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งทั้ง 39 จังหวัด 338 อำเภอ 12,517 หมู่บ้าน แบ่งออกเป็นภาคเหนือ 14 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ภาคกลาง 3 จังหวัด ภาคตะวันออก 6 จังหวัด และภาคใต้ 4 จังหวัด ด้วยการเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 1,200 เครื่อง และรถบรรทุกน้ำ จำนวน 295 คัน โดยปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำและกิจกรรมการเกษตร รวม 56 จังหวัด จำนวน 773 เครื่อง
และขอความร่วมมือเกษตรกรปลูกพืชฤดูแล้งตามแผนที่วางไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดจากการที่ผลผลิตขาดน้ำ ซึ่งผลการปลูกพืชฤดูแล้งในส่วนของข้าวนาปรังและพืชไร่-พืชผัก ในเขตชลประทานขณะนี้ยังคง ไม่เกินไปกว่าเป้าหมายที่วางไว้ คือ การปลูกพืชไร่-พืชผัก วางเป้าหมายไว้ที่ 0.76 ล้านไร่ ปลูกจริง 0.54 ล้านไร่ คิดเป็น 71% เป้าหมายการปลูกข้าวนาปรัง อยู่ที่ 13.19 ล้านไร่ ปลูกจริง 13.0 ล้านไร่ คิดเป็น 99% และ ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นรอเก็บเกี่ยว

ส่วนนอกเขตชลประทาน เป้าหมายการปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศ อยู่ที่ 4.86 ล้านไร่ ปลูกจริง 2.48 ล้านไร่ หรือ 51% ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะยังคงให้คำแนะนำเกษตรกรอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการปลูก การดูแลพืชในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ ควบคู่กับการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้พืชผลได้รับความเสียหาย

ส่วนผลการจัดสรรน้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2551 ถึงปัจจุบัน ใช้น้ำไปแล้ว 17,771 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 78 จากแผนจัดสรรน้ำ จำนวน 22,687 ล้าน ลบ.ม. ยังเหลือปริมาตรน้ำตามแผนที่กำหนดอีก 4,916 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 22 สภาพน้ำใน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ณ วันที่ 14 มี.ค. 2552 ปริมาตรน้ำในอ่างทั้งหมดรวม 48,617 ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของความจุอ่างฯ ขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งหมด ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบ แต่ก็ไม่ควรประมาทและควรคำนึงถึงการเก็บกักน้ำต้นทุนไว้ใช้ในฤดูกาลเพาะปลูกหน้าด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น